คอลันม์ » ธรรมชาติของ “สวาทแคท” ปี 2018 การแข่งขันจะเข้มข้นมากๆ การเตรียมพร้อมต้องทำให้ดีที่สุด

ธรรมชาติของ “สวาทแคท” ปี 2018 การแข่งขันจะเข้มข้นมากๆ การเตรียมพร้อมต้องทำให้ดีที่สุด

15 January 2018
1555   0

บทความโดย Prawit Aek Ananpukdee  ผู้สื่อข่าว at SMMTV

นี่คือสิ่งที่น่าจะได้เห็นตลอดฤดูกาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นของทีมสวาทแคท

จบรายการปรีซีซั่นของลีโอแล้ว สิ่งที่เห็นชัดเจนมากๆคือระบบทีมของโคราช ไม่ว่าจะเป็นเกมที่แพ้เมืองทอง ชนะเชียงราย หรือเสมอพัทยา(ชนะลูกโทษ) ทุกนัดคือการเล่นที่เป็นสไตล์ของตัวเองแทบทั้งหมด นั้นเพราะว่าตัวผู้เล่นที่อยู่ในสนามส่วนใหญ่ก็คือโครงสร้างหลักของทีม จะมีที่เปลี่ยนไปบ้างก็คือการหาลองเอาจิ๊กซอลตัวใหม่ลงไปเล่นบางโอกาส ซึ่งเอาจริงๆก็ไม่ทำให้รูปแบบหรือสไตล์เปลี่ยนไปได้เลย

ก่อนจะเล่าต่อขอเพิ่มเติมถึงคำว่ารูปแบบ หรือ สไลต์เฉพาะของทีมโคราชให้ได้เห็นภาพกันก่อน

โคราชที่ผู้เขียนรู้จักนั้นคือช่วงเล่นดิวิชั่น 1 แล้วตกลงมาดิวิชั่น 2 ตอนนั้นรูปแบบการเล่นของทีมคือเน้นรับแล้วสวนกลับ โดยจะมีผู้เล่นที่มีความเร็วไปกับบอลได้ดีเป็นอาวุธเด็ด

ตอนนั้นจะมี “แป๋ง” วรวิทย์ ปิ่นรัมย์ ที่คอยรับบอลจ่ายสวยๆจาก รุ่งเพชร เจริญวงศ์ และ ต่อจากนั้นก็จะเป็นรุ่นของ “เอ” พร้อมพงษ์ กรานสำโรง ที่ได้โอกาสสวนเมื่อไรก็มักจะเป็นประตูอยู่เสมอ ส่วนอีก 1 พลังม้าก็คือ “ตี๋”ประทีป สุภาพงษ์ สำหรับห้องเครื่องที่คอยป้อนบอลก็จะมี “เต๋า” ภาคภูมิ มานะยิ่ง , จิรานุวัตน์ ทิพย์รอด,สุรเชษฐ์ เจริญสุข

จนในที่สุดทีมก็สามารถก้าวขึ้นกลับมาอยู่ดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งด้วยแผนการเล่นที่เป็นสไตล์ของตัวเองก็คือการตั้งรับแล้วโต้กลับ

แต่ในเวทีที่ใหญ่ขึ้น และ มีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โคราชเริ่มเสริมนักกีฬา โดยนำขุนพลเลือดโคราชที่อยู่ทีมใหญ่ๆกลับมาช่วยทีมบ้านเกิด แต่ไม่ประสบผลความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะรูปแบบการเล่นในตอนนั้นเหมือนจะลองผิดลองถูกมากกว่า

พอปีต่อมานั้น คัมเบะ ซูคาโอะ ผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่นก็ลองปรับรูปแบบการเล่นที่เป็นแบบเฉพาะของโคราชคือรับแล้วสวนกลับ ซึ่งก็ได้ผลไม่น้อย อีกทั้งการเล่นตอนนั้นนักกีฬาส่วนมากวิ่งสู้ชนิดที่ได้ใจกองเชียร์ ยิ่งเร้าเสียงดัง ยิ่งวิ่งไม่มีหมด จนทำให้ทีมประสบผลความสำเร็จคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศเทศได้อย่างยิ่งใหญ่

ปีแรกในในไทยลีกโคราชยังคงสไตล์หลักตัวเองเอาไว้ได้ รับแน่นๆ บี้ไล่บอล ทีมไหนมาเล่นในบ้านก็โดนกดด้วยเสียงเชียร์ทำให้สนามมันขลังไปด้วยพลังเชียร์ จนสุดท้ายจบด้วยอันดับ 8

แต่พอต้องปรับสภาพจากทีมที่ใช้ชื่อว่า”น้องใหม่”เมื่อฤดูกาลก่อนแล้ว โคราชกลับหาตัวเองไม่เจอ รูปแบบดูตันๆตื้อๆ อาจด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จนต้องเปลี่ยนผู้ฝึกสอนเป็น มิลอส โจซิค รวมทั้งการบริหารที่เหมือนเก้าอี้ดนตรีเวียนเปลี่ยนผู้บริหารจนแฟนบอลจำไม่ได้ ก่อนที่จบฤดูกาลบนไทยลีกครั้งที่ 2 ด้วยอันดับที่ 11 ของตาราง

ปีที่แล้วคือบททดสอบที่โคตรโหดของบอร์ด เพราะต้องเจอหลากหลายสถานการณ์ทั้งโปรแกรมที่เตะติดต่อกันหนักๆ และ พักแบบยาวๆ ไหนจะมีผู้เล่นในทีมที่พัวพันกับการล้มบอล จนส่งผลกระทบหลายด้าน

แต่สิ่งที่อยากพูดถึงคือรูปแบบการเล่นของทีม บอกตรงๆว่าตอนปรีซีซั่นประทับใจสุดๆ เพราะทีมมีระบบการเล่นที่ดูเหมือนจะลงตัวมากๆ ช่วยกันไล่ ต่อบอลดีไม่กี่ทีถึงหน้าประตู เคลื่อนที่ช่วยกันสอดซ้อน

พอเปิดฤดูกาลจริงหลายอย่างก็ยังดีอยู่ การเล่นยังคงใช้ระบบรับแล้วโต้กลับ แต่ที่มันไม่ดีคือ “จังหวะสุดท้าย” ถ้าไล่ดูครึ่งฤดูกาลแรก สวาทแคททำแต้มหายไปเองเยอะมากๆ หลายจังหวะในเกมที่ยิงออกทั้งๆที่ควรเข้ามันทำให้จาก 3 คะแนนเหลือ 1 แต้ม จนสื่อให้ฉายาทีมจอมเสมอ

ส่วนตัวคิดว่าเป็นอะไรที่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเลย แต่ก็ยังชอบระบบนี้ และ คิดว่าอยากให้คงเอาไว้ จนมาครึ่งฤดูกาลหลังได้ตัวปิดบัญชีเข้ามาช่วยทีม “พาโบ แรนเจิ้ล” ยิงต่อเนื่องหลายเกม ทำให้สีสันการเล่นของโคราชในเกมรุกดูวูบวาบขึ้น จนทีมพ้นโซนตกชั้น และ ปิดฤดูกาลอันดับที่ 12

เอาละอ้อมไปนาน กลับมาปัจจุบันกับ 3 นัดของโคราชที่ลงสนามในรายการปีซีซั่น

สำหรับทีมอื่นจะใช้คำว่าลองทีม ลองระบบ หรืออะไรก็ได้ แต่โคราชคงใช้คำนั้นไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เพราะนี่น่าจะเป็นตัวตนของทีมแล้ว

ตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เป็นปัญหาใหญ่มาตลอดแทบทุกๆปี เวลาใครไปก็ต้องหากันวุ่น
ประสิทธิ์ ผดุงโชค ย้าย
กัมพล ปฐมอรรถกุล ย้าย
สรานนท์ อนุอินทร์ ย้าย
วีระ เกิดพุดซา หาย
จนในตอนนี้ได้ แซมมวล ป.คันนิ่งแฮม เข้ามาแทนที่ และ ถ้าตัดคะแนนจากสามนัดที่ลงสนามถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

ส่วนตำแหน่งอื่นๆที่ลงมาแทนแทบไม่ทำให้สมดุลเสียลงไปหรือดีจากเดิมที่เป็นอยู่ เพราะสิ่งที่โคราชต้องการในตอนนี้คือ ริมเส้นซ้ายขวาที่มาเพิ่มสีสัน หรือ ทำให้เกมรุกมันดูมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม

มีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าเป็นมุมบวกของทีมคือ นักกีฬากลุ่มนี้อยู่กันมาระยะนานพอควร เรื่องความเข้าใจกันในทีมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนักเตะไทย-ต่างชาติ และที่น่าสนใจคือคู่หูแนวรุกอย่าง “โดมินิคกับแรนเจิล” ดูแล้วเพลินขยับหาช่องกันได้ดี จังหวะโต้ทีไรได้ลุ้นไม่น้อย

แต่สิ่งที่น่ากลัว…คือการทดแทนตำแหน่งกัน ถ้าตัวหลักอย่าง แรนเจิลเจ็บ โดมินิคโดนแบน คู่หน้าสองคนนี้หายไปความพังพินาศของเกมรุกจะมาเคาะหน้าสนามโคราชแน่นอน เพราะแค่โดมินิคโดนแบนในเกมท้ายๆของฤดูกาลที่แล้วก็ทำเอาเกมอึดอัดไปพอควร

ไหนจะเป็นคู่เซ็นเตอร์ของทีม ถ้า”กัปตันบอล” เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว เจ็บขึ้นมา จะมีใครที่เข้ามาแทนได้ นี่คือสิ่งที่น่ากังวลของทีมเป็นอย่างมาก ส่วนตำแหน่งอื่นๆอย่างแบ็ค และ ตัวกลางยังมีตัววนได้บ้าง

ส่วนตัวมองว่าด้วยตัวผู้เล่นที่มีในตอนนี้ระบบที่ลงตัวของเจ้าแมวคือการตั้งรับแล้วสวนกลับนี่ละคือเด็ดที่สุด ซึ่งแฟนบอลโคราชที่เชียร์อาจจะอึดอัดบ้างในระหว่างเกม 90 นาที แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ได้ตั้งรับแบบลึกรถบัสขวางอะไรขนาดนั้น เพราะทีมก็ยังมีดีพอที่จะเปิดเกมใส่คู่ต่อสู้ได้บ้าง ( อยู่ที่ว่าเจอทีมไหน) ยังไงแล้วก็ยังเชื่อมั่นความเข้าใจกันระหว่างผู้เล่นของทีมนี้อยู่ แต่ถ้าสโมสรมีเซอร์ไพส์ตัวผู้เล่นเข้ามาก็จะดีใจไม่น้อย

สุดท้ายนี้อย่าลืมปีนี้ตกชั้น 5 ทีม พยายามอย่ายิงนกตกปลา เล่นให้เต็มที่ เก็บแต้มให้ได้ทุกนัดก็เป็นพอจะสามจะหนึ่งมันก็คือคะแนน และ ถ้าเป็นไปได้ขออีกอย่าง ตัวหลักๆ ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามถูกแบนนะครับ

สวาทแคท สู้สู้

ปล.ความเห็นส่วนตัว อาจจะไม่ตรงใจท่านใดต้องขออภัยนะครับ

———————————–

ภาพ : ลูกกบ